25/09/2022

เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าร่อนจดหมายโต้กรมควบคุมโรค แจง “10 เหตุผล” ไทยควรปลดล๊อคบุหรี่ไฟฟ้า

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “ECST” เผย 10 เหตุผลไทยไม่ควรแบนบุหรี่ไฟฟ้า ชี้รณรงค์เลิกบุหรี่มานาน แต่ไม่ได้ผลเพราะยังมีคนจำนวนมากที่ไม่อยากเลิก แนะดูตัวอย่างอังกฤษ อเมริกา กรีซ นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ที่ให้ทางเลือกผู้สูบบุหรี่พร้อมกับควบคุมได้ดีจึงไม่มีปัญหาการใช้ในเด็กและตลาดใต้ดิน

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า หรือ ECST และเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 102,000 ราย เผยว่า กรมควบคุมโรคยังคงใช้ข้ออ้างเรื่องอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าและการป้องกันเด็ก รวมถึงความไม่พร้อมด้านงบประมาณ เพื่อให้คงการแบนบุหรี่ไฟฟ้าไว้ โดยไม่มองความก้าวหน้าของเทคโนโลยี วิธีควบคุมของต่างประเทศ และความต้องการของผู้สูบบุหรี่ ทำให้มาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีประสิทธิภาพและบังคับใช้จริงไม่ได้ เพราะเราก็ยังเห็นกันอยู่ว่ายังมีคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าเราจะห้ามนำเข้าและจำหน่ายมา 7-8 ปีแล้ว

สำหรับในประเทศไทย เรามีแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติฉบับแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 แต่เรากลับพลาดเป้าหมายในการลดอัตราผู้สูบบุหรี่ที่ตั้งไว้มาโดยตลอด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเพิ่งผ่านร่างแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565-2570 โดยพุ่งเป้าที่การดำเนินงานตาม 6 ยุทธศาสตร์เดิม ภายใต้เงินงบประมาณ 498 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ให้เหลือไม่เกิน 14% โดยไม่ยอมรับความจริงว่าคนที่สูบบุหรี่กว่า 52% จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติไม่เคยคิดที่จะเลิกบุหรี่เลย ทำให้มาตรการและการรณรงค์ที่ผ่านมาแทบจะไม่ตอบโจทย์ผู้สูบบุหรี่ ดังนั้น หากประเทศไทยจะยังคงทำตามแนวทางเดิม โดยไม่พิจารณาวิธีการใหม่ เราก็คงจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างจากเดิม

เครือข่ายฯ ยังได้เผยแพร่ 10 เหตุผลที่บุหรี่ไฟฟ้าควรได้รับการควบคุมอย่างถูกกฎหมายตอบโต้ข้อมูลที่กรมควบคุมโรคได้เคยชี้แจงไว้ก่อนหน้า มีดังนี้ 1. ประเทศส่วนใหญ่ในโลกกว่า 79 ประเทศเลือกที่จะควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมายแทนที่จะแบน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่ามีเพียง 32 ประเทศเท่านั้นที่แบนผลิตภัณฑ์ ENDS ขณะที่อีก 79 ประเทศมีมาตรการควบคุมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กำหนดอายุผู้ซื้อ ห้ามโฆษณาประชาสัมพันธ์ และอีก 84 ประเทศที่ยังไม่มีนโยบายใด ๆ 2. ประชาชนควรมีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายน้อยกว่า 3. การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมายช่วยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การจับกุมรีดไถ และขจัดธุรกิจใต้ดินที่มีมูลค่ามหาศาล 4. บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นต้นทางของการสูบบุหรี่ธรรมดาของเด็กและเยาวชน ดูได้จากประเทศที่บุหรี่ไฟฟ้าสามารถขายได้ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวนเด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่กลับไม่ได้เพิ่มขึ้น

5. ผลวิจัยจำนวนมากระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ เช่น กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษอนุญาตให้สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (NHS) สั่งจ่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับผู้สูบบุหรี่ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ได้ 6. นิโคตินเป็นสารเสพติด แต่ไม่ได้เป็นตัวการหลักของโรคมะเร็ง หรือโรคร้ายอื่น ๆ 7. บุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ได้ดีกว่าวิธีการอื่นๆ เช่น สถาบันมะเร็งอังกฤษที่ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ดีกว่าการหักดิบถึง 60% 8. การห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าไม่สามารถปกป้องเด็กและเยาวชนได้จริง เรายังคงพบการไลฟ์ขายบุหรี่ไฟฟ้าโดยกลุ่มเยาวชน มีเพจเฟซบุ๊ก ไอจี ทวิตเตอร์กว่า 4.8 ล้านแอคเค้าต์โดยที่ผู้ขายไม่สามารถตรวจสอบอายุผู้ซื้อได้เลย ตรงกันข้ามกับอังกฤษ นิวซีแลนด์ ที่รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอายุขั้นต่ำผู้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าได้ 9. บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายช่วยเปิดโอกาสให้กับเกษตรชาวไร่ยาสูบของไทย หากบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย จะทำให้ทั้งการยาสูบฯ และเกษตรกรมีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้สูบบุหรี่มากขึ้น และ 10. เพราะชีวิตคนไทยทุกคนมีค่า นโยบายด้านสาธารณสุขที่ดีจึงต้องตั้งอยู่บนหลักการทางวิทยาศาสตร์ เช่น อย.ของสหรัฐอเมริกา และนิวซีแลนด์ที่ออกกฎหมายชัดเจนเพื่อควบคุมการขายบุหรี่ไฟฟ้า ต่างจากไทยที่มีจุดยืนที่ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย

“การห้ามหรือแบนเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ เราจึงอยากเห็นการปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้า แล้วกระทรวงสาธารณสุขก็สามารถออกมาตรการอื่น ๆ ตามมาเพื่อกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ควบคุมการซื้อ การขาย และการใช้ได้ การซื้อขายใต้ดินก็จะลดลง และรัฐบาลยังเก็บภาษีสรรพสามิตได้อีกด้วย จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลฯ ฯลฯนำปัญหามาทบทวนอย่างเร่งด่วน เพราะมีคนไทยต้องเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มวนถึงปีละ 70,000 คน ทั้งที่เราช่วยชีวิตผู้สูบบุหรี่เหล่านี้ได้” นายมาริษ กล่าว

//////

You may have missed