02/03/2021

ผลปรากฎชัด “ถนนหลวงแผ่นดิน” สามารถใช้ได้ทุกคน ใครจะมาห้ามไม่ได้ ถ้าใช้อยู่ในระบอบกฎหมาย

ผลปรากฎชัด “ถนนหลวงแผ่นดิน” สามารถใช้ได้ทุกคน ใครจะมาห้ามไม่ได้ ถ้าใช้อยู่ในระบอบกฎหมาย

 

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 เวลา 14.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอบางพลี นายธวัชชัย นามสมุทร นายอำเภอบางพลี ได้มีหนังสือเชิญ นายมีชัย สุดจิตร หรือ ต้น เจ้าของที่ดินภายในหมู่บ้าน ชลเทพ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และ ประธานหรือตัวแทน ชาวบ้าน ที่ขัดขวางในการพัฒนาและถมดินมาที่ อำเภอบางพลี เพื่อมาร่วมหาข้อยุติในหมู่บ้านชลเทพ

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน นายมีชัย สุดจิตร ได้ซื้อที่ดินภายในหมู่บ้านชลเทพ เป็นจำนวนเงินกว่า 30 ล้านบาท และได้ประสานกับผู้ใหญ่บ้านในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากเป็นบริเวณที่เป็นป่า มีน้ำท่วมขัง ตลอดจนเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่น มานานนับ10ปี นายมีชัย สุดจิตร เจ้าของที่ดิน ได้ลงทุนด้วยเงินส่วนตัวในการทำถนน เพื่อเป็นทางร่วมใช้ หรือ ทางสาธารณะ เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท รวมถึงได้สั่งดินมาเพื่อมาทำคันดิน เพื่อกั้นน้ำมิให้เข้ามาท่วมภายในหมู่บ้าน

และเมื่อหลังจากมีการถมคันดินเสร็จพร้อมถนนแล้วนั้น ได้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 9-10 คน ออกมาคัดค้านในการถมดิน ซึ่งอ้างว่าอาจจะทำให้บ้านเรือน หรือ ถนนทรุด ได้ ทางด้านนายมีชัย สุดจิตร ได้ออกมาพูดคุยกับชาวบ้านว่าหากมีการทรุด หรือ ทำให้บ้านเรือนใดเสียหาย ตนก็ยินดีที่จะซ่อมแซมให้เหมือนเดิม แต่ชาวบ้านไม่ยอมรับในข้อตกลงดังกล่าว ได้หาทางปิดกั้น บนถนนหลวงภายในหมู่บ้าน และติดป้ายห้ามมิให้ รถขนดินผ่านเข้าออก ภายในหมู่บ้าน จึงทำให้นายมีชัย สุดจิตร เดือนร้อนอย่างหนัก เนื่องจากได้ว่าจ้างช่างมารับเหมาในการก่อสร้างบ้านของตน ซึ่งมีคนงานกว่า 60 ชีวิตไม่ได้ทำงานมาหลายวันแล้ว

นายมีชัย สุดจิตร จึงได้มีหนังสือถึง นายอำเภอบางพลี ให้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยในเรื่องดังกล่าว และในวันนี้นายมีชัย และญาติ พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางมาที่ อำเภอบางพลี ตามคำนัดหมายของนายอำเภอบางพลี พร้อมมีชาวบ้านจำนวนกว่า100คน เดินทางมาร่วมให้กำลังใจนายมีชัย สุดจิตร หรือต้น (เจ้าของที่ดิน) แต่ทางฝ่ายของตัวแทนผู้คัดค้านไม่มีใครมาโดยมีการแจ้งผ่านนายอำเภอบางพลีว่า ขอเลื่อนเป็นวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน เวลา 14.00 น. จะมาเข้าร่วมหาข้อยุติตามนัด

จากที่ทางผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ นายธวัชชัย นามสมุทร นายอำเภอบางพลี ก็ได้ทราบว่า ฝ่ายผู้ร้องเรียนที่ถูกขัดขวางการขนดินได้เข้าพบนายอำเภอบางพลีเมื่อสักครู่นี้ และได้เตรียมข้อตกลง 3 ข้อ เพื่อหาข้อยุติตามที่ชาวบ้านหวาดกลัวคือ
1. จะมีเงินกองทุนสำรองเพื่อการซ่อมแซม บ้าน หรือ ถนน ภายในหมู่บ้าน หากชำรุด หรือ เสียหาย เป็นจำนวนเงิน 5 แสนบาท (เงินวางไว้ที่ อบต.บางพลีใหญ่)
2. รถขนดินจะเป็นขนาดเล็กไม่เกิน 7 ตัน และจะมีผ้าคลุมดินมิให้ตกหล่น
3. จะวิ่งรถขนดิน หลังเวลา 09.00 น. ถึง 15.00 น. และจะหยุดในวันอาทิตย์

เพื่อเสนอให้กับประชาชนที่ออกมาขัดขวางได้รับทราบและเกิดความพอใจ นายอำเภอบางพลียังบอกอีกว่า “เสียดายในวันนี้ ที่คู่กรณีไม่ได้มาร่วมประชุมตามที่นัดหมาย แต่จากที่ได้พูดคุยกับนายมีชัยแล้ว ก็ได้ทราบว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นข้อเสนอที่ดี น่าจะหาข้อยุติได้ “ ผู้สื่อข่าวยังได้ถามนายอำเภอต่ออีกว่า “ ถนนที่วิ่งในการขนดินภายในหมู่บ้านนั้นเป็นของผู้ใด” นายอำเภอแจ้งว่า “ทางหมู่บ้านได้มอบให้เป็นของแผ่นดินแล้ว”
ทางผู้สื่อข่าวยังถามต่ออีกว่า “ทำไมถึงมีผู้มาขัดขวาง หรือ ห้ามในการขนดินได้อย่างไร”
นายอำเภอก็ได้ตอบว่า “ถ้าเป็นถนนของหลวง หรือ ถนนสาธารณะทุกคนมีสิทธิ์ใช้เท่าเทียมกัน แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ดังนั้น ชาวบ้านไม่มีสิทธิ์ที่จะมาสั่งห้าม หรือ ขัดขวางผู้ใด หากมีการขัดขวาง หรือ สั่งห้ามก็อาจจะเป็นคดีความกันอีกก็เป็นได้ “ ดังนั้นนายอำเภอบางพลีก็ขอฝากไปยังคู่กรณีทั้ง 2ฝ่ายว่า ในวันศุกร์ที่ 15 มิถุนายนนี้ ขอให้มาร่วมประชุมหาข้อยุติ และในส่วนถนนที่ทำเสร็จไปแล้วบนพื้นที่สาธารณะนั้นจะรีบดำเนินการพิจารณาอนุญาตต่อไป

ประพัฒน์ บวรภโรทัย
บวรทัต แย้มเผื่อน
รายงาน