12/05/2021

ชัยภูมิวอนช่วยด.ญ.วัย13ไร้ที่อยู่ต้องอาศัยกระท่อมท้ายไร่อยู่กับพ่อพิการป่วยทำงานไม่ได้ (มีคลิป)

ชัยภูมิวอนช่วยด.ญ.วัย13ไร้ที่อยู่ต้องอาศัยกระท่อมท้ายไร่อยู่กับพ่อพิการป่วยทำงานไม่ได้

และผู้เป็นพ่อเองก็เริ่มป่วยซ้ำหนักเป็นเชื้อราในสมอง ส่วนผู้เป็นแม่ต้องแบกภาระเลี้ยงดูเป็นเสาหลักของครอบครัวคนเดียวแทน และส่วนตัวน้องวัย 13 ปี เองก็เพิ่งเข้าเรียนชั้น ม.1 และเริ่มไม่มีเงินทุนไปเรียน ซึ่งตัวเด็กเองหวังวอยากให้มีผู้ใจบุญช่วยให้ได้เรียนจนจบหวังมีอาชีพเป็นครู เป็นข้าราชการที่มั่นคงรับใช้ชาติและจะได้ช่วยดูแลพ่อแม่ และหากมีโอกาสชีวิตที่ดีขึ้นก็จะได้ช่วยเหลือเด็กคนที่ด้อยโอกาสเหมือนตนเองได้อีกด้วย…..

( 30 พ.ค.60 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ หลังจากที่มีกระแสการแชร์ภาพบ้านและชีวิตความเป็นอยู่ของน้องกรรณิการ์ ด.ญ.วัยเพียง 13 ปีและครอบครัวของน้องผ่านโลกโซเชียลขอความช่วยเหลือความเมตตาของเด็กตาดำๆคนนี้ที่ขาดโอกาสครอบครัวยากจนหนัก จนต้องมาขออาศัยกระท่อมท้ายไร่ของชาวบ้านอยู่ ซ้ำร้ายพ่อก็ยังป่วยหนักไม่สามารถออกทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและเด็กได้ มีเพียงแม่ที่ร่างกายขาก็ไม่ค่อยดีต้องตระเวณออกหารับจ้างทำงานคนเดียวมาหาเลี้ยงครอบครัว

ซึ่งต้องพาครอบครัว 3 พ่อแม่ลูกอาศัยอยู่ในกระท่อมน้อยๆเก่าๆ ต้องขอรับบริจาคเครื่องสิ่งอุปโภค-บริโภคให้กับครอบครัวดังกล่าว ซึ่งอยากให้สังคมช่วยกันยื่อนมือมาช่วยเหลือชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวของน้องด.ญ.วัยเพียง 13 ปี รายนี้ด้วย ซึ่งเด็กเองก็มีความพยายามอยากจะหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนให้สูงๆเพื่อหวังว่าอยากจะเรียนให้จบมีอาชีพเป็นครูเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือพ่อแม่และเด็กๆคนอื่นๆที่ลำบากไม่อยากให้ต้องมีชีวิตที่ต้องลำบากเหมือนตนเองต่อไปอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบยังบ้านหลังดังกล่าวซึ่งพบเป็นกระท่อมไม้ยกสูงกว่าไม่เกิน 4 เมตรเท่านั้นมุงด้วยสังกะสีไม่กี่แผ่นนำมาตีเป็นหลังคาป้องกันแดดฝน และเป็นฝาบ้านทั้งสี่ด้าน อาศัยอยู่ร่วมกัน3คนพ่อแม่ลูกมานานกว่า 3 ปีแล้ว

และได้พบกับด.ญ. กรรณิการ์ วงษ์อินทร์ อายุ13ปี และน.ส.สายสุนีย์ สมทรัพย์ อายุ50ปี แม่ของน้องซึ่งทั้ง2 คนกำลังช่วยกันดายหญ้ามันสำประหลังอยู่ใกล้ๆกับบ้านหลังดังกล่าว ต่อมาทั้ง2คนก็ได้พาเดินดูรอบๆบ้านที่ตนเองใช้เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งมีสภาพไม่ต่างจากกระท่อมนาทั่วไปมีขนาดความกว้างราว4 เมตร ภายในบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นทั้งห้องนอนและห้องครัวในห้องนั่งเล่น พอได้นั่งทำการบ้านไปโรงเรียนในห้องเดียวกัน

ส่วนห้องน้ำไม่มี และต้องไปขอเข้าใช้ที่บ้านญาติภายในหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งภายในตัวกระท่อมน้องอาศัยก็จะมีเพียงหม้อหุงข้าว1ใบกระทะสำหรับทำกับข้าว1ใบและหม้อสำหรับไว้ทำแกง1ใบ มีหลอดไฟ1หลอดปลั๊กwa1ปลั๊ก ซึ่งขอพ่วงไฟใช้กับบ้านญาติ มีเสื่อสำหรับปูนอน3ผืนและผ้าห่ม3ผืนตู้เสื้อผ้าเล็ก1ใบและทีวี1เครื่อง พื้นปูด้วยไม้แผ่นเล็กๆน้อยๆต่อกันพออาศัยได้

และต่อมาก็ได้พบกับ นายดำรง วงษ์อินทร์อายุ 48ปีพ่อของน้องกรรณิการ์ ที่กำลังเดินโขยกเขยกไปมาอยู่ที่บริเวณไร่มันใกล้บ้าน ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวยังไม่มีเลขที่บ้าน โดยทั้ง3คนขออาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ของญาติ โดยที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่ 105หมู่2 บ้านสะพานหิน ต.โป่งนก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของน้องกรรณิการ์

และในครั้งนี้น้องด.ย.วัย 13 ปี รายนี้ ก็ได้บอกความใจใจต่อผู้สื่อข่าวและฝากวิงวอนขอให้ผู้ใจบุญช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับน้องกรรณิการ์ด้วยเพราะน้องเอง มีความใฝ่ฝันอยากมีโอกาสได้ทุนเรียนจบให้สูงๆซึ่งอยากจะมีอาชีพเป็นครู ที่มั่นคงและจะได้ช่วยดูแลพ่อแลและเมื่อมีชีวิตที่ดีขึ้นก็จะได้มีโอกาสกลับมาช่วยเด็กเด็กคนอื่นๆที่ด้อยโอกาสเหมือนตนเองต่อไปด้วย

เพราะในขณะนี้ครอบครัวตนลำบากมากอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้โดยตัวน้องกรรณิการ์เองจาการสอบถามไปที่โรงเรียนของน้องที่ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.1และเป็นเด็กเรียนเก่ง เเต่ถ้าหากครอบครัวเป็นเช่นนี้คงไม่สามารถส่งเสียให้น้องเรียนจบได้ดั่งที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน จึงอยากวอนขอโอกาสจากผู้ใจบุญหรือคนรอบข้างให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนน้องกรรณิการ์ให้มีโอกาสได้เรียนจบมีวุฒิการศึกษาหางานเลี้ยงดูพ่อเเม่ให้มีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้าต่อไป ด้วย

ซึ่งตัวน้องกรรณิการ์เป็นเด็กที่ขยันช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านเวลาว่างก็จะออกรับจ้างช่วยแม่ ส่วนพ่อในปัจจุบันก็ป่วยพิการร่างกายไม่ดีมาแต่เด็กเนื่องจากถูกไฟไหม้ตามร่างกายนิ้วมือนิ้วเท้างองิกและมีอาการป่วยหนักหลายโรคตามาอีกทั้งป่วยเป็นโรคเชื้อราในสมองจนไม่สามารถออกหารับจ้างช่วยหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ ปล่อยให้ผู้เป็นแม่คนเดียวที่ต้องเป็นเหลักหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียวแทนทั้งหมด

ปัจจุบันน้องเองก็เพิ่งเรียนอยู่ ชั้นม.1 ซึ่งมีผลการเรียนดีเเต่คงไม่เงินเรียนให้จบ ม.3ได้ น้องอยากเรียนมาก สอบได้ที่ 1-3 มาตลอด ส่วนพ่อที่ป่วยโรครุมเร้าขาดการรักษามานานหลายปี ได้แค่เพียงไปขอยาจาก ร.พ อำเภอใกล้เคียงมากินเพื่อบรรเทาอาการไปวันๆ จึงทำให้ไม่มีเงินพอที่จะส่งลูกสาวเรียนต่อ ซ้ำบ้านที่อยู่อาศัยอยู่ ยังมีสภาพเก่า ประตูพัง หลังคารั่ว ไม่ปลอดภัยเพราะน้องเป็นผู้หญิง กำลังใกล้โตเป็นสาว ต้องอาศัยอยู่ อย่างยาก ลำบาก จึงฝากวิงวอนสังคมผู้ใจบุญช่วยเหลือครอบครัวในครั้งนี้ด้วย

โดยสามารถบริจาคผ่านบัญชี ธนาคารธกส.ชื่อบัญชี สายสุนีย์ สมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 018658046106 สาขาเทพสถิต ฝากออมทรัพย์ หรือสอบถามเกี่ยวกับการเดินทางเผื่อช่วยเหลือโทร 0883577521/////

///////วิรัตน์ ดวงแก้ว-ชาตรี ทวีนาท รายงาน//?/

ขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์ สยามโฟกัสไทม์   http://www.siamfocustimenews.com

You may have missed